Digital Citizenship

Contributed By Khun Peerasak Komalarajun

แปลว่าข้อควรประพฤติปฏิบัติเพื่อเป็นพลเมืองดีในสังคมออนไลน์ การใช้เทคโนโลยีออนไลน์อย่างสร้างสรรค์และรับผิดชอบ มีทั้งหมด 9 ข้อ เรียกว่า Nine Elements

1) Digital Literacy

อ่านออก เขียนได้ ใช้เป็น

เทคโนโลยีดิจิตอลเป็นศาสตร์ที่กว้างมาก คุณครูจำเป็นต้องเลือกสรรเนื้อหาที่นักเรียนควรรู้ แล้วนำมาถ่ายทอดและฝึกฝนให้นักเรียนใช้เป็นและใช้คล่อง

เทคโนโลยีบางอย่างเช่น video conference and online sharing space such as wikis ถูกนำไปใช้ เป็นเครื่องมือสื่อสารปกติในภาคธุรกิจ แต่ยังไม่ค่อยเป็นที่นิยมในการเรียนการสอน (Skype, live chat)

นักเรียนจะได้ฝึกค้นหาข้อมูล ฝึกการใช้ search engine ฝึกวิเคราะห์ แยกแยะ ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลก่อนที่จะแชร์หรือส่งต่อให้ผู้อื่น รู้จักสร้างหรือเขียนข้อความของตนเองโดยเคารพกฎหมายลิขสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญา (ไม่ copy & paste) และไม่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของคนอื่น

Digital Literacy เป็นทักษะหนึ่งที่สำคัญ นักเรียนจำเป็นต้องมีติดตัวเหมือน computer literacy ซึ่งใช้เป็นเกณฑ์วัดความสามารถอย่างหนึ่งในการสอบเข้ามหาวิทยาลัย รวมถึงการสมัครงานในอนาคต

 

2) Digital Security

เรียนรู้วิธีป้องกันตัวออนไลน์

สังคมทั่วไปมีทั้งคนดีและไม่ดี เมื่ออยู่ที่บ้าน คุณพ่อคุณแม่ดูแลความปลอดภัยให้ลูกๆด้วยการสร้างรั้วสูง ติดล้อคกลอนประตูหน้าต่าง ติดระบบสัญญาณกันขโมย ฯลฯ ในสังคมออนไลน์ ภัยอันตรายมาถึงตัวเด็กๆได้หลายรูปแบบ ยากมากที่พ่อแม่จะคอยปกป้อง เด็กๆจึงจำเป็นต้องรู้จักวิธีป้องกันตัวเองจาก
ผู้คิดร้าย เช่น ไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัว ติดโปรแกรมป้องกันไวรัส back up ข้อมูลบ่อยๆ ฯลฯ 

 

3) Digital Health & Wellness

ผลกระทบต่อสุขภาพ ทั้งทางร่างกายและจิตใจ

นักเรียนเรียนรู้ท่านั่งที่ถูกต้องขณะใช้ PC รู้ถึงผลกระทบต่อสายตา กระดูกสันหลัง สมอง (กรณีคลื่นโทรศัพท์) หากใช้โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต หรือ PC ผิดวิธี

การเล่นเกมเป็นเวลานาน โดยเฉพาะเกมต่อสู้หรือที่มีเนื้อหารุนแรง นอกจากจะทำให้ดวงตาเสื่อมเร็วแล้ว ยังสามารถทำให้ผู้เล่นเครียด หงุดหงิด และกลายเป็นคนอารมณ์ฉุนเฉียวง่ายอีกด้วย

 

4) Digital Etiquette

มารยาทในการเข้าสังคมออนไลน์

“Treat others how you want to be treated.”

    - คุณพ่อคุณแม่ต้องเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับลูก เลือกดูเว็บที่สร้างสรรค์ หลีกเลี่ยงเว็บโป๊ เกมการพนัน

เว็บบอร์ดหรือกระทู้ที่ดูหมิ่นชาติ ศาสนา และสถาบันกษัตริย์ หรือที่แสดงความเกลียดชัง ยุยงให้
คนไทยแตกแยกกัน

-  นักเรียนควรเลือกใช้คำศัพท์ คำสแลง ไอคอน และสัญลักษณ์ที่สุภาพ

ในสังคมออนไลน์ text สำคัญกว่าหน้าตา ข้อความที่นักเรียนโพสต์บอกคนทั่วไปว่าเราคือใคร มีอุปนิสัยอย่างไร ให้เกียรติผู้หญิงหรือเปล่า นักเรียนจะได้รับการยอมรับหรือปฏิเสธในสังคมออนไลน์ ขึ้นอยู่กับสิ่งที่โพสต์เป็นหลัก

-  ใช้อุปกรณ์สื่อสารให้ถูกที่ ถูกเวลา เช่น ไม่ควรใช้โทรศัพท์มือถือในโรงภาพยนตร์

- นักเรียนต้องไม่ก้าวร้าว ข่มขู่ ทะเลาะวิวาท ทำให้ผู้อื่นหวาดกลัว ตกใจ เสียชื่อเสียง หรือเสียเงินเพราะ

  ถูกหลอก

-  สิ่งที่นักเรียนโพสต์ ไม่ว่าจะเป็นข้อความ ภาพ คลิป หรือเสียงพูด อาจถูกเก็บบันทึกไว้ และถูกนำมาใช้

  เป็นหลักฐานฟ้องร้องนักเรียนได้ (digital footprint)      

 

5) Digital Access

ทุกคนมีสิทธิเสมอภาคที่จะใช้อินเตอร์เน็ต

รัฐบาลทุกประเทศมีหน้าที่จัดให้มีเครือข่ายอินเตอร์เน็ตเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งข้อมูล และสามารถ ติดต่อสื่อสารถึงกันได้ ทั้งคนเมืองและคนชนบท

ในฐานะพลเมืองดีในสังคมออนไลน์ นักเรียนมีบทบาทส่งเสริมความเสมอภาค โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชนด้อยโอกาส ด้วยการสนับสนุนให้พวกเขามีคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต หรือสมาร์ทโฟนใช้ และสามารถเข้าถึงสัญญาณอินเตอร์เน็ตได้ทุกโรงเรียน ทุกตำบล ตลอด 24 ชั่วโมง  

 

6) Digital Communication

เลือกเครื่องมือและช่องทางสื่อสารที่เหมาะสม

ทุกวันนี้ ใครๆก็สามารถใช้สื่อออนไลน์เพื่อสื่อสารหรือแสดงตัวตนให้ผู้อื่นรู้ (Line, Instagram,
Facebook, YouTube, etc.)แต่คนที่รู้จริงเท่านั้นจึงจะสามารถเลือกใช้สื่อออนไลน์ได้ถูกกาละเทศะ และได้ประสิทธิภาพสูงสุด เริ่มตั้งแต่อุปกรณ์สื่อสารคือ โทรศัพท์มือถือ, tablet, laptop และ PC  

เครือข่ายที่เหมาะสมเช่น 3G, Wifi, หรือ tethering  รวมถึงแอพพลิเคชั่นต่างๆเช่น e-mail, instant messaging หรือ social media

 

7) Digital Commerce

ซื้อขายในโลกออนไลน์

ในสังคมออนไลน์มีการซื้อขายสินค้าเหมือนสังคมทั่วไป แต่เนื่องจากผู้ขายและผู้ซื้อมองไม่เห็นหน้ากัน หรืออาจไม่รู้จักกันด้วยซ้ำ จึงต้องมีกติกาในการทำธุรกรรมออนไลน์เพื่อให้เป็นระเบียบ ไม่เอาเปรียบกัน

ครู John จะเปิดโอกาสให้นักเรียนทำโปรเจคด้วยการเปิดร้านขายสินค้าออนไลน์ มีสินค้าจำหน่ายจริงๆ
มีการสั่งซื้อ ส่งของ และชำระเงินออนไลน์ เพื่อให้นักเรียนมีประสบการณ์ e-commerce รวมถึงการแก้ปัญหาทุจริตที่อาจพบในชีวิตประจำวัน

 

8)Digital Rights & Responsibilities

ทุกคนมีอิสระในการแสดงออก แต่ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เขียน พูด และกระทำลงไป

เทคโนโลยีดิจิตอลทำให้การสื่อสารออนไลน์เกิดขึ้นได้ง่าย สะดวก และรวดเร็ว ข้อมูลที่เราโพสต์สามารถกระจายถึงคนอื่นให้อ่านหรือดูได้ทั่วทุกมุมโลกภายในพริบตา พลังเช่นนี้ หากใช้ในทางที่ผิด
เรื่องเล็กๆอาจกลายเป็นเรื่องใหญ่ ส่งผลร้ายต่อครอบครัว สังคม หรือระดับประเทศได้ พลเมืองที่ดี
จึงต้องเรียนรู้ขอบเขตสิทธิของตนเองในสังคมออนไลน์ (Rights) และรับผิดชอบในสิ่งที่ตนโพสต์ (Responsibilities) เพื่อที่จะไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น และอยู่ร่วมกันในสังคมออนไลน์อย่างสงบสุข

 

9) Digital Law

ผิดศีล คือผิดกฎหมาย

สอนนักเรียนให้รู้ว่า การกระทำใดบ้างที่ถือว่าผิดกฎหมายออนไลน์ เช่นการก้อปปี้ข้อความของคนอื่น
มาใช้ (plagiarism) การโกหก หลอกลวง ข่มขู่ หรือจงใจทำให้ผู้อื่นเสียชื่อ (cyber bully) ด้วยข้อความ คำพูด กราฟิค หรือคลิปวิดีโอ การล้วงข้อมูลผู้อื่น (hacking) การดาวน์โหลดเพลง ภาพ หรือคลิปโดยไม่ได้รับอนุญาต การจงใจแพร่กระจายไวรัส การนำ ID ของคนอื่นมาใช้หรือปลอมเป็นคนอื่น ฯลฯ

มีคุณพ่อมัธยมปัญญารัตน์ท่านหนึ่ง เสนอให้ผู้ปกครองและคุณครูนำหลักศีลธรรมมาประยุกต์ใช้ควบคู่กับ Nine Elementsผมจึงลองนำมา mapping ดูเป็นแบบนี้ครับ

        ศีลข้อหนึ่ง งดเว้นจากการทำร้ายผู้อื่นให้บาดเจ็บหรือถึงกับเสียชีวิต

ในสังคมออนไลน์ หมายถึงการไม่คิดร้าย ไม่ text หรือเขียนข้อความ หรือโพสต์คลิปเพื่อทำร้าย
จิตใจคนอื่น

ศีลข้อนี้สัมพันธ์กับ Nine Elements ในหัวข้อ Digital Literacy หมายความว่าเมื่อนักเรียนอ่านออก เขียนได้ และใช้สื่อออนไลน์เป็นแล้ว นักเรียนจะใช้ app และโปรแกรมต่างๆในทางที่สร้างสรรค์
จะไม่ทำความเดือดร้อนให้ตนเองและผู้อื่น

การงดเว้นไม่ทำร้ายผู้อื่น เท่ากับเป็นการฝึกตัวเองให้มีความเมตตา อยากให้เด็กและเยาวชนที่ด้อยโอกาสได้มีโอกาสเข้าถึงอินเตอร์เน็ต นั่นคือ Digital Access! 

 

ศีลข้อสอง งดเว้นจากการเอาของคนอื่นมาเป็นของเรา

ในสังคมออนไลน์ หมายถึงการไม่กล่าวอ้างว่าของสิ่งนี้เป็นของตนทั้งที่มันไม่ใช่ของเรา เช่น
ไม่เอาข้อความของคนอื่นมาใช้แล้วบอกว่าเราเขียนขึ้นเอง (plagiarism) ไม่เอาภาพหรือคลิป
ของคนอื่นมาใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ดาวน์โหลดเพลงของคนอื่นโดยไม่จ่ายเงิน (intellectual property) ไม่ใช้เล่ห์กลหลอกเอาสินค้ามาเป็นของเราโดยไม่ได้จ่ายเงิน (fraud) ฯลฯ ตรงกับหัวข้อ Digital Commerce และ Digital Law

 

ศีลข้อสาม งดเว้นจากการประพฤติผิดทางกาม

ใน Nine Elements เชื่อมโยงกับหัวข้อ Digital Etiquette และ Digital Communication เช่น นักเรียนงดเว้นไม่ดูเว็บโป๊ หากดูแล้วห้ามใจไม่ได้ทำให้ต้องเสียเงินดาวน์โหลดคลิป หรือหาวิธีดาวน์โหลดโดยไม่ต้องจ่ายเงินซึ่งเป็นการผิดศีลข้อสอง เมื่อจ่ายเงินค่า live chat ให้ผู้หญิงบริการ นักเรียนอาจถูกเธอยั่วยวนทำให้เสียเงินเพิ่ม หรือถึงขนาดขอนัดพบเพื่อดูตัว ทำให้เสีย
การเรียน เสียเงิน หรืออาจเสียตัว!

 

ศีลข้อสี่ งดเว้นจากการโกหก พูดคำหยาบ ส่อเสียด และเพ้อเจ้อ

ใน Nine Elements ก็มีความหมายเดียวกัน อยู่ในหัวข้อ Digital Etiquette คือมีมารยาทในการเข้าสังคมออนไลน์ ใช้ข้อความที่สุภาพ ไม่โกหก ไม่เขียนข้อความยุยงส่อเสียดให้คนอื่นแตกแยก เข้าใจผิด หรือทะเลาะกัน ไม่ text ข้อความเสียดสีสังคม ศาสนา หรือการเมือง ไม่พูดเพ้อเจ้อ
ถึงสิ่งที่ยังไม่ได้เกิดขึ้น สร้างความตระหนกตกใจให้ผู้อ่าน ฯลฯ

ศีลข้อสี่สัมพันธ์กับ Digital Rights & Responsibilities ในสังคมออนไลน์ทุกคนมีอิสระทางความคิดและการแสดงออก แต่ก็ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ตนเองพูด เขียน หรือโพสต์ หากนักเรียนถือศึลข้อสี่อยู่เสมอก็จะเลือกโพสต์แต่ข้อความที่เป็นจริง นั่นคือจะต้องตรวจสอบความถูกต้อง
ของข้อมูลก่อนส่งต่อ

ศีลข้อสี่ยังเชื่อมโยงถึง Digital Security เช่น เมื่อเราเผชิญหน้ากับคนโกหก พูดส่อเสียด หรือ
เพ้อเจ้อ โดยที่เราไม่รู้ความจริง สิ่งที่ควรทำคือทำตามคำแนะนำเรื่อง Digital Security เช่น
ไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัว ไม่โอนเงินให้คนแปลกหน้าที่ชักชวนเราไปทำกิจกรรมการกุศล ฯลฯ
เพื่อป้องกันไม่ให้เราถูกหลอกหรือถูกล้วงข้อมูลส่วนตัว     

 

ศีลข้อห้า งดเว้นจากการดื่มสุรา หรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ อันจะนำไปสู่ความประมาท

ศีลข้อห้าโยงไปที่ Digital Health & Wellness เช่นใช้โทรศัพท์มือถือมากเกินไปจนติด ทุกๆ
สิบนาทีต้องหยิบขึ้นมาดู ฯลฯ หรือเล่นเกมออนไลน์จนติด ต้องเล่นทุกวันๆละ 2-3 ชั่วโมงจึงจะ
มีความสุข ฯลฯ วิธีแก้คือฝึกใช้มือถือและ PC อย่างพอเพียง นึกถึงผลกระทบต่อสุขภาพของตนเอง เอาเวลาไปเล่นดนตรี กีฬา หรือทำกิจกรรมอย่างอื่นบ้าง

 

Reference: http://digitalcitizenship.net/Nine_Elements.html